ให้คำตอบอยู่ในสายลม

posted on 30 Nov 2009 10:27 by sillyfake  in DayByDay
            

1.

สำหรับเขา การลาจากไม่สมควรร่ำไรหรือยืดยาว

เขาแบกเป้ ถุงนอน ลงบ้านพัก ก่อนจะมุดลอดมุ้งเข้าไปยังที่นอน อ่านหนังสือบางเล่ม ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าทำหน้าที่ หนังตาเริ่มปิด คิดถึงพี่ชายสองคนที่เพิ่งได้พบเจอ ความเหงาเริ่มแทรกซึมเข้าสู่หัวใจ จนเขาต้องโทรหารุ่นพี่คนอื่นๆ ที่ไม่ได้มาด้วย

เขารู้สึกราวกับกำลังใช้ชีวิตบนดาวอังคารเพียงลำพังในวันที่พระอาทิตย์เย็นเยียบ

ความเหงาเป็นความรู้สึกหนึ่งที่เขาวิ่งไล่จับไม่ทัน มันอ่อนหวานอย่างโหดร้าย

 

2.

กลางเต็นท์นอนในราวป่า ไร้สัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีสิ่งใดรบกวนนอกจากกวางไร้สัญชาตญาณ 3-4 ที่ป้วนเปี้ยนไม่กลัวมนุษย์ เขาอิ่มใจ อยากใช้ชีวิตกลางแจ้งอย่างนี้ ถวิลหาการออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ

ใช้ชีวิตในที่ที่ไม่เคยไป กินในสิ่งที่ไม่เคยกิน

หากว่าไปแล้ว แม้เขาจะมีรุ่นพี่มากมาย เอาเข้าจริงเขานับถือรุ่นพี่ไม่กี่คน และยกให้เป็นพี่ชายที่สามารถรับฟังได้ในหลายๆ เรื่อง

พี่ชาย 2 คนนี้ก็เป็นหนึ่งในวงล้อมที่เขาเคารพนับถือ ไม่ว่ากรณีใดๆ

คุยความฝัน เล่าชีวิต แม้ว่าช่วงหลังๆ จะพบกันบ่อยกว่าเดิม แต่เขาไม่เคยเบื่อ เขาจะเศร้าจับจิตเมื่อต้องเอ่ยคำลา แม้พยายามเข้าใจว่า การพบเจอเป็นคู่เคียงกับการลาจาก

แต่ก็เศร้าซึมประจำ

ทำไมจะไม่เศร้า เมื่อความสุขทำท่าจบลง

 

3.

พี่ชายคนหนึ่งพูดถึงเรื่อง ชนเผ่าเดียวดาย อาศัยในป่า

ควันโพยพุ่งออกมาจากปากของพี่ชายราวกำลังดูดดื่มอาหารชั้นเทพ แล้วหัวเราะสนุกสนาน กับพฤติกรรมที่บอกว่า ชนเผ่าเดียวดายต้องอยู่คนเดียว ใช้ชีวิตลำพังตั้งแต่เกิด ทุกคนในเผ่าเป็นเอกเทศต่อตัวเอง แสวงหาความเปล่าเปลี่ยว

เล่าไป หัวเราะไป

เขาขำขื่น เพราะเผลอคิดว่าตัวเองเป็นชนเผ่าเดียวดาย

ชนเผ่านี้คงเศร้า หากอยู่ในกลุ่มคนเยอะๆ

ชนเผ่าเดียวดาย ควรรู้จักความรักไหม เขาไม่ได้ถามพี่ชายคนมีหนวดครึ้ม

ชนเผ่า หมายถึงโดดเดี่ยว (ได้ไหม)

เขาอาจเป็นสมาชิกชนเผ่านั้น โดยไม่รู้ตัว

เพราะเขารู้สึกเดียวดายทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่โลกหมุนรอบตัวเอง หรือโคจรรอบดวงอาทิตย์

 

4.

พี่ชายอีกคนพูดเรื่องงานเขียน ล้อเลียนเขาไปต่างๆ นานา

วางสกุลให้กับงานเขียนของเขาว่า โรแมนติกบัดซบ

ด้วยความยินยอมของพญาอินทรีผู้ครอบครองท้องฟ้า เขาไม่ปฏิเสธ หากมันจะบัดซบกับความโรแมนติกที่เกิดขึ้น โดยสัญชาตญาณ โดยหัวใจ และโดยความไม่เข้าใจ หรือเข้าใจก็ตามแต่

พี่ชายทั้งสองผู้ปลอบประโลมน้องชาย คนหนึ่งอ้างว่าเงาของตัวเองป่วย อีกคนอ้างแต่เพียงว่าตัวเองไม่ได้ป่วย ทั้งที่เพิ่งดึงสายน้ำเกลือออกจากแขน ก่อนจะแล่นเข้ามาหาเขาที่ราวป่า ล้อมวงยิ้มให้กับความชำรุดของตัวเอง โดยมีแสงโสมนั่งมองตาปริบๆ คอยเพิ่มดีกรี

ความฝันของเรา แน่นอน ฝังอยู่ในชีวิต เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร ทำสำนักพิมพ์เล็กๆ โดยมีสำนักงานเป็นร้านกาแฟที่มีศิลปะเกือบทุกแขนง มีหนังให้ดู มีเพลงให้ฟัง มีหนังสือให้อ่าน และมีรักดีๆ ของบรรดาเจ้าของร้านมอบให้หญิงสาวผู้เปล่าเปลี่ยวที่แวะเวียนเข้ามาจิบกาแฟลำพังวันแล้ววันเล่า

ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องอาศัยเวลา กว่าจะ ปั้นฝัน ขึ้นมาได้

โอ้...คนป่วยผู้เดียวดาย ยาแขนงใดจะรักษาพวกเขาได้

อาจอนุญาตให้ยาชื่อความฝันบำบัดความจริงที่เป็นอยู่ หรืออาจล้อมกรง ขังรอยยิ้มหญิงสาวบางคนในความทรงจำ นึกถึงในยามที่หัวใจล้มเหลว เพียงพอไหม

แต่ที่แน่ๆ พวกเขารู้สึกปลอดภัย เมื่อได้อยู่ในอ้อมมิตรภาพของกันและกัน

 

5.

เขารักความรักเท่าๆ กับที่กลัวมัน เหตุผลแบ่งออกเป็นข้อย่อยๆ หากจะตอบโจทย์

 

1.เขาเป็นคนป่วยที่ดีไม่พอสำหรับสำหรับหญิงสาวคนใดทั้งนั้นในกาแล็กซีนี้

2.เอาเข้าจริง เขาเป็นคนป่วยที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคอะไร เขาเพ้อว่าชาติก่อนตัวเองเป็นแพทย์ ชาตินี้จึงต้องรับกรรมที่ทำไว้

3.เอาเถอะ เอาเป็นว่าคนป่วยก็ยังเป็นคนป่วยวันยังค่ำ

4.น่าจะเหมือนข้อแรก

5.น่าจะเป็นเหมือนข้อก่อนหน้านี้

 

สักวันแกอาจจะกลายเป็นคนไม่มีหัวใจ พี่ชายว่าติดตลก อาจเป็นเหมือนพี่ก็ได้

คงน่ากลัวหากตื่นขึ้นมาไม่มีความรู้สึก

หัวเราะ ไม่ว่าอะไร ผู้ชายจากดาวอังคารเช่นเขารู้ว่า พระเจ้าบนดาวเคราะห์ดวงนั้น ฝังไมโครชิพไว้ที่สมองซีกขวา คุณสมบัติในด้านความคิดเชิงนามธรรมจึงโดดเด่น เพราะฉะนั้นความรู้สึกและความรักของเขาจะยังคงโลดเต้นอย่างมีชั้นเชิงทางศิลปะ

ยิ้มแบบวายร้าย เขาไม่ควรกังวลเรื่องนี้

รอเวลาให้ผ่านพ้น เรื่องราวต่างๆ ล้วนมีที่ทาง นาฬิกาจะกระดิกโดยไม่แคร์แบตเตอรี่ ถ่าน หรือแม้กระทั่งวงล้อการไขลาน ไม่หมดอายุ เป็นเส้นแสงเหมือนดาวตกในคืนพระจันทร์เต็มดวง เพื่อให้ใครสักคนก้าวเข้ามาเติมเต็มชีวิต

วันนั้นความป่วยไข้คืออะไร...

เขาไม่รู้จัก ไม่ยี่หระ

 

 

6.

เขาฝันถึงการเดินทางกลับไปอดีต

เพราะฉะนั้นเขาต้องเดินทางด้วยรถโดยสารที่วิ่งด้วยความเร็วแสง

แต่รถโดยสารที่วิ่งด้วยความเร็วแสงนั้นยังไม่มีผู้ใดคิดค้น

ไอน์สไตน์โหมเวลาไปให้กับทฤษฎีสัมพันธภาพ หากไม่มีทฤษฎีนี้ เราอาจจะได้เห็น Time Machine ราคายิบย่อยในตัวเลขบัญชีธนาคารของบิล เกตส์

แต่ไอน์สไตน์มองการณ์ไกลกว่า

เขามองเห็นอนาคต และคิดว่ามันคงวุ่นวายน่าดู หากเขาสร้างประดิษฐกรรมยั่วล้อวันเวลาได้

โลกจะถึงกาลอวสานเร็วขึ้น 3.5 เท่า

 

7.

หลับฝันถึงพี่ชายทั้งสอง และผู้ที่ชีวิตให้โอกาสเกี่ยวข้อง

ภาวนากับดวงจันทร์เพียงดวงเดียวที่ส่องแสงลงมาบนโลก

กู่ตะโกนก้องให้ได้ยินไปถึงสวนอีเดนส์ ขณะที่อดัมกับอีฟกำลังจะกินผลไม้ที่พระเจ้าต้องห้าม บอกทั้งสองว่า นั่นเป็นเพียงกุศโลบายของซาตาน (ลูซิเฟอร์)

เราสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง

เช่นกัน ขอบคุณการเคลื่อนที่ของชีวิต ที่เต็มใจเคลื่อนเข้ามาอยู่ในสับเซตของกันและกัน

บางทีเขาก็ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง

เขาพบพี่ชายทั้งสองครั้งแรกที่ไหน พบมิตรสหายคนอื่นๆ ด้วยคำพูดใด รวมถึงคนอื่นคนไกลที่เกี่ยวข้อง

บ็อบ ดีแลนต์ร้องเพลง “Blowin' In The Wind” ฉันใด

เขาก็ควรร้องเพลงนี้ให้คำตอบ ฉันนั้น

 

 

Favourites