รถไฟที่รัก

posted on 23 Jan 2008 13:09 by sillyfake  in DayByDay


ไม่กี่วันที่ผ่านมา มีความคิดหนึ่งวูบขึ้นในหัว ผมอยากนั่งรถไฟ ว่าแล้วก็ลงมือค้นเส้นทางในเว็บไซด์การรถไฟ ไม่ได้อยากไปเที่ยวที่ไหนไกลมากมายเลยครับ เพียงแค่อยากนั่ง เช้าไป เย็นกลับ ช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ผมนั่งรถไปครั้งแรกตั้งแต่อยู่ชั้น ม.3 ติดใจและก็มักจะหาโอกาสที่จะมานั่งเรื่อยๆ แต่เอาเข้าจริง ผมนั่งครั้งแรกนับมาจนถึงวันนี้ เอามือนับได้ว่ากี่ครั้ง


แปลก...ผมชอบการนั่งรถไฟ แต่ทำไมผมถึงเดินทางด้วยรถไฟน้อยครั้งเหลือเกิน

ไม่แปลก...หากใครรู้ว่า บ้านเกิดของผมหรือสถานศึกษาของผม จังหวัดที่ผมอยู่ทางรถไฟไม่ผ่าน

ผมเป็นคนที่นั่งรถยนต์นานๆ ไม่ได้ โดยเฉพาะรถที่มีแอร์ ยิ่งเป็นตอนกลางวันด้วยแล้ว ผมเวียนหัว หน้าเหลืองอยากอาเจียนแทบทุกครั้ง เมื่อมีเหตุต้องเดินทางไกลด้วยรถยนต์ รถทัวร์ ผมภาวนาให้เดินทางตอนกลางคืน กินยาพาราสักเม็ดสองเม็ดพอให้หลับ ตื่นมา หากโชคก็ถึงที่หมาย หากโชคร้าย ก็ต้องพยายามข่มตาให้หลับต่อ เป็นกรรมพันธุ์หรือเปล่า ผมไม่รู้ เพราะเครือญาติที่เป็นเช่นนี้ มีย่า ผม และน้อง ส่วนพ่อกับแม่นั้นท่านไม่เป็น

ในทางการแพทย์ เหมือนผมเคยอ่านพบว่า กระดูกอะไรสักอย่างไม่เหมือนชาวบ้านเขา เวลานั่งในรถชนิดที่ว่าจึงมึนเมา ยิ่งกว่าดื่มเหล้า และมีคนบอกวิธีแก้ผมหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ดมยาดม ยาหม่อง ให้อมขิง หรือให้มองอะไรที่เป็นมีเขียวๆ
ผมทดลองมาหมดแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผมดีขึ้น หนำซ้ำยังมึนมากกว่าเดิม
อาจจะเรียกว่านี่แหละคือโรคประจำตัวผม แต่เป็นโรคที่ไม่รุนแรงและเราสามารถหลกเลี่ยงได้

ตอนเป็นเด็ก ผมฝันอยากเป็นนักเดินทาง อยากไปที่ใหม่ๆ ดูนั่นดูนี่ เปิดหูเปิดตาตัวเอง พกกล้องไปถ่ายรูปให้คนนั้นคนนี้ดู คุยให้เขาไปยังสถานที่ที่เราไปมาแล้ว
พอโตขึ้นมาอีกหน่อย ผมมีโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง และเหมือนไม่มีทางรักษาหาย ความฝันของการเป็นนักเดินทาง (ความจริงไม่อยากเรียกว่านักเดินทาง เพราะความหมายคำนี้มันลึกมาก เคยมีคนบอกว่าถ้าเรียกนักเดินทางว่านักท่องเที่ยวพวกเขาจะเคืองมาก เพราะความหมายของนักเดินทางกับนักท่องเที่ยวค่อนข้างแตกต่างกัน
ผมยังไม่ถึงขั้นนักเดินทาง เพราะฉะนั้นของเรียกตัวเองว่านักท่องเที่ยว) ครับ ความฝันของนักท่องเที่ยวอย่างผม คล้ายมันจะอันตรธานหายไป ผมคงไม่สามารถเดินทางไปไหนไกลๆ ได้
แต่เหมือนโลกมีความสมดุล สร้างอะไรหลายอย่างมาทดแทนกัน ผมได้นั่งรถไปจากการชักนำของพ่อ ซึ่งพ่อผมเองชอบอ่านหนังสือ ชนิดเรียกว่าเป็นหนอนได้ทุกที่ทุกเวลา และก็เช่นกันครับ คนที่อ่านหนังสือจะรู้ว่าถ้าอ่านหนังสือบนรถ จะทำให้สายตาเสื่อมโทรม
รถไฟมาทดแทนความชอบของพ่อตรงนี้ มันค่อยๆ แล่นช้าๆ เร่งจังหวะเร็วขึ้น แต่สม่ำเสมอ สามารถอ่านหนังสือบนรถไฟจบได้หลายเล่ม ลมพัดโชยเข้ามาทางช่องหน้าต่าง อะไรจะรื่นรมย์ขนาดนั้น
รถไฟมาเติมเต็มความต้องการของพ่อในการอ่านหนังสือ และมาเติมเต็มให้การเดินทางของชายคนหนึ่งที่ไม่นิยมการนั่งรถยนต์ ได้ออกเดินทางไปตามใจต้องการ

จากการสังเกตของตนเอง ผมค้นพบว่าตนเองนิยมชมชอบเดินทางด้วยรถแบบไหน
1.จักรยาน
2.จักรยานยนต์

3.รถประจำทาง แบบที่เปิดโล่งให้ลมพัดผ่าน
4.รถไฟ
สิ่งที่คล้ายกันของแต่ละข้อนั้น คือ ผมชื่นชอบรถที่แล่นไปอย่างสม่ำเสมอ เวลาจอดก็จอดอย่างนิ่มๆ ออกตัวเบาๆ รวมทั้ง ผมชอบรถที่เปิดโล่งรับอากาศ ไม่ถูกขังอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยม

หลังจากค้นหาเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวหลายอย่าง เสียงหวูด เสียงระฆังเหมือนก้องดังในหัว ผมยังไม่รู้จุดหมายปลายทางหรอกว่าตนเองจะไปไหน คงไปตัดสินใจก่อนเดินทาง จุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหนคงไม่สำคัญ สิ่งที่ผมสุขใจคือการได้นั่ง ได้เดินทางไปยังที่ต่างๆ อย่างช้าๆ ดูทิวทัศน์ที่แล่นผ่านตา ปล่อยใจลอยไปเรื่อยๆ
ไม่นานหรอก...ผมกำลังจะออกเดินทาง


 

เพลง นักแสวงหา
ศิลปิน พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์


เสียงรถไฟกับเสียงใจที่สั่นตามเสียง
คนเต็มคัน เต็มตู้รถไฟ รวมทั้งเขา
แสวงหาหนทางอยากไป ไป ไปให้ถึง
เผชิญโชค ผจยภัย ตามทางรถไฟไปส่ง 

เพราะยังเป็นหนุ่ม จะงอมืองอขารอคอย ทนไม่ไหว
จึงต้องไปเป็นหนุ่มนักแสวงหา หาทางให้ได้ดี
ในดวงตามีแต่ความหวัง ทุกทุกคนต่างมีความหวัง
จึงมีความหวังเต็มคันรถไฟ หัวใจเบ่งบาน 

เมื่อรถไฟเงียบเสียง จอดลงปลายทาง
ชีวิตเราข้างหน้าช่างเต็มด้วยความหมาย
แสวงหาหนทางอยากไป ไป ไปให้ถึง
เผชิญโชค ผจญภัย ตามทางรถไฟไปส่ง...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ปู้นนนนนน ปู้นนนนนนนนนนนน confused smile

#1 By azlaz on 2008-01-23 13:21

ลองนั่งเรือดูยัง?double wink

#2 By leenar (202.28.27.6) on 2008-01-23 16:46