Evan Almighty
เหมือนเป็นภาคต่อกลายๆ ของหนังตลกเรื่อง Bruce Almighty ที่เนื้อเรื่องดูเหมือนเป็นเรื่องตลกโปกฮาเหนือจริง ทว่าหากมองลึกลงไปแล้ว หนังตลกทั้งสองเรื่องของทอม แช็ดแย็ค แฝงนัยยะหลายอย่างเอาไว้มากมาย

เรื่องของอีแวน (สตีฟ คาแรลล์) ที่ได้รับคำสั่งจากพระเจ้า (มอร์แกน ฟรีแมน) ปฏิบัติภารกิจต่อเรือลำใหญ่เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นจากภัยน้ำท่วมโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 22 กันยายน เห็นไหมครับว่าแค่วันที่ก็เล่นกับความรู้สึกของอเมริกันชนแล้ว
ในอดีตใครจะเชื่อว่าน้ำจะท่วมโลกได้ ทุกคนในโลกอยู่กันอย่างสบายโดยไม่สนใจว่าใครจะเป็นอย่างไร ทรัพยากรที่มีก็ใช้กันอย่างสิ้นเปลือง จนกระทั่งวันนี้ เราเองต่างตระหนักแล้วว่าสิ่งที่เราได้ทำไปในอดีตนั้น กำลังส่งผลสะท้อนมาสู่ปัจจุบัน และในอนาคตยากที่ปฏิเสธปรากฏการณ์ต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น

แรกนั้นอีแวนก็ไม่เชื่อหรอกครับ นานไปเข้าสิ่งผิดปกติก็เกิดขึ้นกับตัวเขา เริ่มมาจากการที่เหล่าสิงสาราสัตว์หลายชนิดมะรุมมะตุ้มล้อมเขาทุกทิศทาง กดดันให้เขาสร้างเรือขึ้นมาให้ได้ ไม่กี่วันต่อมาผมของเขาก็เริ่มยาว หนวดเริ่มเฟิ้ม คล้ายโนอาห์(
พระเจ้าทรงมีพระบัญชาให้โนอาห์ต่อเรือขึ้น 1 ลำ เพื่อใช้พำนักในช่วงที่พระเจ้าทรงบันดาลให้เกิดน้ำท่วมโลก)อีวานเริ่มต่อเรือท่ามกลางความงงงวยของสมาชิกในครอบครัว เขาพยายามที่จะสร้างเรือลำใหญ่เพื่อให้สัตว์ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเมื่อภัยน้ำท่วมมาเยือน ทุกคนที่มองดูเขา ต่างพยายามตีตราว่าเขานั้นเป็นคนฟั่นเฟือน สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ภาพของอีวานต่อเรืออย่างขะมักเขม้น จึงเป็นภาพที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้พบเจอ โทรทัศน์รายงานข่าวว่า เขานั้น
บ้า ไปแล้ว

ความพยายามและอดทนของเขาทำให้ครอบครัวเห็นความมุ่งมั่นกลับมาช่วยเหลือเขา ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน สิ่งนี้แหละที่ภรรยาของอีแวนสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้าทุกวัน
ขอพระเจ้าจงประทานพรให้ครอบครัวของเรามีความสุขและได้ใกล้ชิดกัน
พระเจ้าได้ประทานให้เธอแล้ว แต่ไม่ใช่เป็นการประทานความสุขและความใกล้ชิดอย่างที่ได้ขอ พระเจ้าเพียงประทานโอกาสเพื่อจะนำมาสู่ความสุขและความใกล้ชิดของคนในครอบครัว
เมื่อเธอขอความกล้ากับพระเจ้า พระเจ้าไม่สามารถประทานความกล้าให้ได้ แต่จะประทานสถานการณ์ที่นำมาสู่ความกล้า หากเธอขอความรัก พระเจ้าไม่สามารถประทานความรักให้ได้ หากแต่ประทานโอกาสที่จะได้มาซึ่งความรักต่างหาก

 
เมื่อต่อเรือแล้วเสร็จ อีแวนรอที่จะให้ฝนตก และเชื่อว่าน้ำจะท่วมโลก เขาต้องการให้ทุกคนขึ้นมาในลำเรือที่ตนได้สร้าง แต่ฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตกเราต้องลงไปจากเรือแล้ว ภรรยาบอกเขาแต่น้ำกำลังจะท่วมนะ เขายืนกราน ทั้งที่ไม่มีวี่แววที่ฝนจะกระหน่ำลงมา แต่เขากำลังจะทำลายเรือลำนี้ เธอมองไปที่เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่พร้อมฟาดฟันเรือไม้ลำใหญ่ลำนี้ เราควรภูมิใจไม่ใช่เหลือที่เราได้สร้างมันขึ้นมา อย่างน้อยเรายังได้ทำมันจนสำเร็จ เธอบอกเขา และดูเหมือนว่าอีแวนจะรู้ซึ้งถึงถ้อยคำเป็นอย่างดี เขาก้าวจะลงจากเรือ แต่ทันใดนั้น เขื่อนที่กับเก็บน้ำก็พังทลายลงมา พากระแสน้ำอันเชี่ยวกรากกวาดพัดต้นไม้หักโค่นหลุดลอย บ้านเรือนพังไหลไปตามแรงของมหานที
ทุกคนรีบวิ่งขึ้นเรือ

น้ำไม่ได้ท่วมโลก เพียงแต่เขื่อนที่กักเก็บน้ำนั้นพังทลายลงมา รุนแรงพอที่จะฆ่าสรรพสิ่งที่กีดขวางได้ และเขื่อนนั้นเองก็เป็นสัญลักษณ์ของการเอารัดเอาเปรียบของบุคคลในชนชั้นปกครอง ที่พยายามก่อสร้างสถานที่กว้างใหญ่ โดยคิดแค่เพียงผลประโยชน์ส่วนตัวของพวกพ้อง ไม่คิดถึงผลกระทบที่ตามมาภายหลัง

ดูเรื่องนี้จบแล้ว ทำให้เห็นภาพบางอย่างที่เกิดขึ้นในสังคมของเรา สิ่งเหล่านี้ยังปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ ในสังคมปัจจุบัน เมื่อมีผู้ใดลุกขึ้นมาชี้แจงและโต้แย้งนโยบายมหานิยม ก็มักถูกตีตราว่าคนบ้า

เรื่องราวในหนังที่ดูเหมือนเหนือจริงตั้งแต่เริ่มเรื่องจนฉากสุดท้ายจึงแฝงสาระมากมายให้ขบคิด และมองเห็นการกระทำของผู้อื่นที่อาจดูแปลกแยกผิดเพี้ยนอย่างเข้าใจ ว่าบางที่ผู้ที่ทำอะไรเหมือนคนบ้าทุกวันนี้ก็มีอะไรลึกๆ ที่เราเองก็ไม่รู้
นี่แหละครับที่เขาบอกว่า
ถึงจะบ้าแต่ไม่ได้โง่

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากดูเรื่องนี้บ้างจัง cry

#1 By HOMO(sap)IENS on 2008-02-04 21:36

ปกติหนังตลกต่างประเทศ(โดยเฉพาะ อดัม แซดเลอร์)มักจะแฝงอะไรได้ลึก และก็พอได้รับสาร เราก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเสมอ

ดูหนังบ้านเราแล้วรู้สึก หนักตลกบ้านเราแฝงข้อคิดได้ไม่เท่านี้เลย

มีโอกาสจะหาดูให้ได้เพราะเสมือนภาคต่อเรื่อง Bruce Almighty จริงๆนั่นแหละbig smile

#2 By Crozzax on 2008-02-04 22:12

เป็นหนังที่ ต้องติดตาม อีกเรื่องbig smile

#3 By berserkrabbit on 2008-02-04 22:39