อารมณ์อัมพวา (2)
posted on 22 Feb 2008 13:42 by sillyfake in DayByDay
นานมากเหมือนกันที่ไม่ได้พาตัวเองไปสู่โลกกว้าง เปิดหูเปิดตา ฟังเสียงสนทนาของสายลมจากที่อื่น เหตุที่เป็นเช่นนั้นคงเป็นเพราะทรัพย์สมบัติที่มีไม่เอื้อต่อการเดินทางอย่างสบายและสะดวกใจ คงไม่สนุกหากการเดินทางแต่ละครั้งเราจะต้องมาพะวงเรื่องค่าใช้จ่าย จะซื้อจะสอยอะไรต้องคำนึงถึงค่ารถ ค่าที่พัก ค่าอาหาร อีกจิปาถะ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้การท่องเที่ยวกร่อยไปโดยปริยาย
โดยความเชื่อส่วนตัวของผม ผมเชื่อว่า เมื่อไปเที่ยวที่ไหน นอกเหนือจากการเก็บบรรยากาศทางสายตาซึมซับเข้าสู่หัวใจ และการถ่ายรูปเก็บไว้เตือนความทรงจำให้หวนหาถึงความรู้สึกเก่าๆ กับสถานที่ที่เคยมาเยือน ผมยังเชื่ออีกว่าบางคนต้องการที่จะซื้อของฝากหรืออาหารที่ขึ้นชื่อของแห่งนั้นๆ กลับไปฝากเพื่อนสนิทมิตรสหาย
นั่นสิ การเดินทางในความหมายของผมจึงกว้างมาก เพราะมันต้องอาศัยทั้งใจและทั้งทรัพย์สิน แม้จะถูกพูดกรอกหูจากใครต่อใครว่า การเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรมากมาย ไม่ต้องใช้เงินเยอะ เพียงบอกมาว่าจะไปไม่ไป
ผมเคยเชื่อถ้อยคำเหล่านี้ แต่ก็ทุกข์ทรมานเหลือเกินเมื่อเห็นคนอื่นจับจ่ายใช้สอยซื้อหาของฝากอย่างสบายอารมณ์ ในขณะที่ตนเดินเรื่อยเปื่อยใช้สายตามองความสุขของแต่ละคน เมื่อรู้สึกว่าตนเองมีทุกข์จากการเดินทาง ผมก็ต้องเตรียมอะไรหลายอย่างให้พร้อมกับการเดินทางจริงๆ
ความหมายของคำว่า “พร้อม” ในการเดินทางของผมนั้น ไม่ใช่ว่าต้องเดินทางอย่างใหญ่โตโก้หรู หรือมีรถตำรวจแห่เป็นขบวนนำหน้าหรอกนะครับ แต่หมายความว่าไม่เจ็บไข้ได้ป่วยในช่วงนั้น มีเงินมากพอและหากหลงทางหรือไปไม่ถูก สามารถนอนที่ศาลาผู้โดยสารหรือสถานีขนส่งได้อย่างไม่อายใคร (อันนี้ถ้าจำเป็นจริงๆ นะครับ) สรุปง่ายๆ คือสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่เป็นภาระของคนอื่น
อีกอย่างที่เป็นอุปสรรคสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวนั้นก็คือ เวลาและหน้าที่ ไม่ต้องอธิบายอะไรยืดยาวมาก หลายคนมีเงินมากมายและหัวใจร่ำหาที่จะเดินทางโบยบินออกไปสู่โลกกว้างตลอดเวลา แต่ก็ต้องถูกยึดไว้กับห้องแอร์นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความจำยอม
หากไม่ใช่นักเดินทางโดยอาชีพ หรือไม่ใช่นักเขียน พิธีกรสารคดีท่องเที่ยว ก็มีมนุษย์เงินเดือนไม่กี่คนหรอกครับ ที่สามารถเดินทางไปได้อย่างใจอยาก
ผมกับเพื่อนพูดเรื่องการเดินทางหลายครั้งหลายหน หลายสถานที่ เกือบทั่วประเทศไทย แต่เอาเข้าจริงเราเองก็ไม่เคยได้ไปที่ไหนด้วยกันสักที แม้ว่าหัวใจเราเองจะลอยไปในสถานที่แห่งนั้นพร้อมกันจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็ตาม แต่เราไม่เคยพาร่างกายและหัวใจออกไปสัมผัสบรรยากาศร่วมกันสักที
การไปเที่ยวกับเพื่อนเป็นความสนุกสนานมากกว่าไปเที่ยวตามลำพัง และเป็นความสนุกอีกแบบที่ต่างจากไปเที่ยวกับคนรัก การไปเที่ยวกับเพื่อนเป็นความสนุกสนานก้อนใหญ่ เพราะเราพาใจแต่ละดวงโบยบินไปพร้อมๆ กัน นั่งล้อมวงจิบเบียร์ คุยถึงเพื่อนคนนั้นคนนี้ คุยเรื่องอดีตวกวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนจะเบื่อหน่ายกับเรื่องเดิมๆ แต่รอยยิ้มก็แต้มแต่งเต็มสองแก้มทุกครั้งที่เรื่องเก่าถูกนำมาเหล้าใหม่ ยิ่งไปกันหลายคนยิ่งสนุกสนาน เมื่อเรื่องพูดเรื่องอำกันเมื่อกลับไป กลายเป็นประวัติศาสตร์ความประทับใจส่วนตัวที่ยากจะลบเลือน
การไปเที่ยวกับคนรักเป็นการเดินทางที่สนุก อิ่มเอมอิ่มอกอิ่มใจไปอีกแบบ เหมือนเป็นการเติมเชื้อไออุ่นรักให้แก่กันและกัน ถ้าผมจำไม่ผิด เมื่อปีก่อนเคยอ่านสารคดีท่องเที่ยวของคุณวีระศักดิ์ จันทร์ส่องแสง เรื่องให้ความรักนำทาง เป็นเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยวกับคนรัก เสนอมุมมองภาพของความอบอุ่นระหว่างที่มีคนรักเคียงข้างในสถานที่ต่างๆ ผมอ่านรวดเดียวจบ พร้อมกับแอบวางแผนในใจว่า สักวันจะต้องไปเที่ยวกับคนรักยังที่ไหนสักแห่ง แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นตอนไหน อาจคงต้องรอสักระยะให้พร้อมและให้หลายเรื่องในชีวิตลงตัวเสียก่อน เพราะตระหนักดีว่า “เมื่อเดินทางไปกับคนรัก ต้องมั่นใจว่าตนเองจะดูแลเขาได้”
คิดถึงเพลงๆ หนึ่งของคุณศุ บุญเลี้ยงขึ้นมาทันที ชื่อเพลงภูเขากับทะเล ความหมายของเพลงน่ารักน่าชังดีนะครับ การจับเอาสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างภูเขากับทะเล บรรยายถึงเสน่ห์และบรรยากาศของธรรมชาติว่าสวยสดงดงามเพียงใด หากถามว่าชอบทะเลเรานึกถึงอะไร หากถามว่าชอบพอเขาเรานึกถึงอะไร ก่อนจะมาหักมุมดื้อๆ ด้วท่อนที่ร้องว่า
“ที่ไหนที่มีเธอ ที่ไหนที่ฉันจะเจอเธอได้ บอกมาอย่านั่งเก็บไว้ จะได้แอบไปใกล้ๆ เธอ” หรือ “ชอบที่ไหน ก็ชอบที่มีเธอ” หวานเสียขนาดนี้ไปหามาลองฟังกันดูครับ
หลังตกลงกันเสร็จสรรพ เรานัดแนะไปเจอกันที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ เพื่อนั่งรถไฟไปลงมหาชัย ก่อนจะต่อเรือข้ามฟากไปที่บ้านแหลม เพื่อต่อรถไปอีกรอบไปลงที่แม่กลอง ใช่แล้วครับ เรากำลังจะไปนอนรับอากาศที่บ้านริมน้ำที่ อ.อัมพวา จังหวัดสงคราม
โดยความเชื่อส่วนตัวของผม ผมเชื่อว่า เมื่อไปเที่ยวที่ไหน นอกเหนือจากการเก็บบรรยากาศทางสายตาซึมซับเข้าสู่หัวใจ และการถ่ายรูปเก็บไว้เตือนความทรงจำให้หวนหาถึงความรู้สึกเก่าๆ กับสถานที่ที่เคยมาเยือน ผมยังเชื่ออีกว่าบางคนต้องการที่จะซื้อของฝากหรืออาหารที่ขึ้นชื่อของแห่งนั้นๆ กลับไปฝากเพื่อนสนิทมิตรสหาย
นั่นสิ การเดินทางในความหมายของผมจึงกว้างมาก เพราะมันต้องอาศัยทั้งใจและทั้งทรัพย์สิน แม้จะถูกพูดกรอกหูจากใครต่อใครว่า การเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรมากมาย ไม่ต้องใช้เงินเยอะ เพียงบอกมาว่าจะไปไม่ไป
ผมเคยเชื่อถ้อยคำเหล่านี้ แต่ก็ทุกข์ทรมานเหลือเกินเมื่อเห็นคนอื่นจับจ่ายใช้สอยซื้อหาของฝากอย่างสบายอารมณ์ ในขณะที่ตนเดินเรื่อยเปื่อยใช้สายตามองความสุขของแต่ละคน เมื่อรู้สึกว่าตนเองมีทุกข์จากการเดินทาง ผมก็ต้องเตรียมอะไรหลายอย่างให้พร้อมกับการเดินทางจริงๆ
ความหมายของคำว่า “พร้อม” ในการเดินทางของผมนั้น ไม่ใช่ว่าต้องเดินทางอย่างใหญ่โตโก้หรู หรือมีรถตำรวจแห่เป็นขบวนนำหน้าหรอกนะครับ แต่หมายความว่าไม่เจ็บไข้ได้ป่วยในช่วงนั้น มีเงินมากพอและหากหลงทางหรือไปไม่ถูก สามารถนอนที่ศาลาผู้โดยสารหรือสถานีขนส่งได้อย่างไม่อายใคร (อันนี้ถ้าจำเป็นจริงๆ นะครับ) สรุปง่ายๆ คือสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่เป็นภาระของคนอื่น
อีกอย่างที่เป็นอุปสรรคสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวนั้นก็คือ เวลาและหน้าที่ ไม่ต้องอธิบายอะไรยืดยาวมาก หลายคนมีเงินมากมายและหัวใจร่ำหาที่จะเดินทางโบยบินออกไปสู่โลกกว้างตลอดเวลา แต่ก็ต้องถูกยึดไว้กับห้องแอร์นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความจำยอม
หากไม่ใช่นักเดินทางโดยอาชีพ หรือไม่ใช่นักเขียน พิธีกรสารคดีท่องเที่ยว ก็มีมนุษย์เงินเดือนไม่กี่คนหรอกครับ ที่สามารถเดินทางไปได้อย่างใจอยาก
ผมกับเพื่อนพูดเรื่องการเดินทางหลายครั้งหลายหน หลายสถานที่ เกือบทั่วประเทศไทย แต่เอาเข้าจริงเราเองก็ไม่เคยได้ไปที่ไหนด้วยกันสักที แม้ว่าหัวใจเราเองจะลอยไปในสถานที่แห่งนั้นพร้อมกันจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็ตาม แต่เราไม่เคยพาร่างกายและหัวใจออกไปสัมผัสบรรยากาศร่วมกันสักที
การไปเที่ยวกับเพื่อนเป็นความสนุกสนานมากกว่าไปเที่ยวตามลำพัง และเป็นความสนุกอีกแบบที่ต่างจากไปเที่ยวกับคนรัก การไปเที่ยวกับเพื่อนเป็นความสนุกสนานก้อนใหญ่ เพราะเราพาใจแต่ละดวงโบยบินไปพร้อมๆ กัน นั่งล้อมวงจิบเบียร์ คุยถึงเพื่อนคนนั้นคนนี้ คุยเรื่องอดีตวกวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนจะเบื่อหน่ายกับเรื่องเดิมๆ แต่รอยยิ้มก็แต้มแต่งเต็มสองแก้มทุกครั้งที่เรื่องเก่าถูกนำมาเหล้าใหม่ ยิ่งไปกันหลายคนยิ่งสนุกสนาน เมื่อเรื่องพูดเรื่องอำกันเมื่อกลับไป กลายเป็นประวัติศาสตร์ความประทับใจส่วนตัวที่ยากจะลบเลือน
การไปเที่ยวกับคนรักเป็นการเดินทางที่สนุก อิ่มเอมอิ่มอกอิ่มใจไปอีกแบบ เหมือนเป็นการเติมเชื้อไออุ่นรักให้แก่กันและกัน ถ้าผมจำไม่ผิด เมื่อปีก่อนเคยอ่านสารคดีท่องเที่ยวของคุณวีระศักดิ์ จันทร์ส่องแสง เรื่องให้ความรักนำทาง เป็นเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยวกับคนรัก เสนอมุมมองภาพของความอบอุ่นระหว่างที่มีคนรักเคียงข้างในสถานที่ต่างๆ ผมอ่านรวดเดียวจบ พร้อมกับแอบวางแผนในใจว่า สักวันจะต้องไปเที่ยวกับคนรักยังที่ไหนสักแห่ง แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นตอนไหน อาจคงต้องรอสักระยะให้พร้อมและให้หลายเรื่องในชีวิตลงตัวเสียก่อน เพราะตระหนักดีว่า “เมื่อเดินทางไปกับคนรัก ต้องมั่นใจว่าตนเองจะดูแลเขาได้”
คิดถึงเพลงๆ หนึ่งของคุณศุ บุญเลี้ยงขึ้นมาทันที ชื่อเพลงภูเขากับทะเล ความหมายของเพลงน่ารักน่าชังดีนะครับ การจับเอาสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างภูเขากับทะเล บรรยายถึงเสน่ห์และบรรยากาศของธรรมชาติว่าสวยสดงดงามเพียงใด หากถามว่าชอบทะเลเรานึกถึงอะไร หากถามว่าชอบพอเขาเรานึกถึงอะไร ก่อนจะมาหักมุมดื้อๆ ด้วท่อนที่ร้องว่า
“ที่ไหนที่มีเธอ ที่ไหนที่ฉันจะเจอเธอได้ บอกมาอย่านั่งเก็บไว้ จะได้แอบไปใกล้ๆ เธอ” หรือ “ชอบที่ไหน ก็ชอบที่มีเธอ” หวานเสียขนาดนี้ไปหามาลองฟังกันดูครับ
หลังตกลงกันเสร็จสรรพ เรานัดแนะไปเจอกันที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ เพื่อนั่งรถไฟไปลงมหาชัย ก่อนจะต่อเรือข้ามฟากไปที่บ้านแหลม เพื่อต่อรถไปอีกรอบไปลงที่แม่กลอง ใช่แล้วครับ เรากำลังจะไปนอนรับอากาศที่บ้านริมน้ำที่ อ.อัมพวา จังหวัดสงคราม

โดยส่วนตัวชอบการเดินทางเหมือนกันคะ
ส่วนอัมพวา ไปมาหลายรอบ อยู่เหมือนกัน
สวยดีคะ บ้านเรือนแถวริมคลอง และวิถีชีวิตของ อัมพวานั้นช่างเป็นเอกลักษณ์เหลือเกิน หากผู้คนที่ไปเที่ยวนั้นได้สัมผัส ไม่ใช่ไปในฐานะนักท่องเที่ยวเจ้าสำราญ
#1 By PsychO-Galz on 2008-02-22 15:15