ก่อนจะพูดถึงหนังสือเล่มนี้ ผมขอยกถ้อยคำที่ชื่นชอบมาให้ผ่านสายตาก่อนนะครับ

 

            

         

          ประเทศใต้ : ชาคริต โภชะเรือง

 

-----------------------

 

          เขากับฉันเหมือนกันมาก เราต่างกลัวความโดดเดี่ยวเปล่าเปลี่ยว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมแรกๆ เราจึงเหมือนถูกพลังลึกลับดึงดูดเราเข้าหากัน (หน้า 31)

 

          หลายปีมาแล้วที่มโนราห์จากผมไป ผมทำใจไม่ได้ ผมเหมือนคนอยู่เดียวดาย ความกลัวอันลึกลับบอกผมว่า ผมทำใจไม่ได้กับการมีชีวิตอยู่เพียงลำพัง ผมเหมือนคนที่มีแต่ซากร่าง ทว่าร้างไร้หัวใจ โลกกลายเป็นดินแดนว่างเปล่าแปลกหน้า และแสนเวิ้งว้าง และแม้ใจคลายความเจ็บปวดลง แต่ผมก็ไม่อาจลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคง ใจผมคล้ายกับยังสั่นไหว ล้มตัวลงนอนทีไร ในห้วงนึกมีแต่เรือนร่างบอบบาง กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ดังดอกไม้ของหล่อน และวันสุดท้ายก่อนการจากลา (หน้า 38)

 

          ความรักมิใช่แค่การอยู่ร่วมกัน แต่เป็นเรื่องความเข้าใจกัน (หน้า 39)

 

          น่าแปลกนะ เมื่อก่อนฉันคิดว่าฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้หากไม่มีคนที่ฉันรัก แต่เดี๋ยวนี้ฉันเข้าใจแล้ว ความรักไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต (หน้า 50)

 

ฉันบอกแกว่า ความรัก ! – มันไม่ใช่แค่คนสองคนมาอยู่ด้วยกัน หากแต่เป็นการประสานความรู้สึกส่วนที่ลึกที่สุดในใจของมนุษย์ ซึ่งไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทนได้ เพราะนั่นคือการเชื่อมประสานของจิตวิญญาณ จิตวิญญาณที่ผสมผสานความทรงจำ ผสมผสานความรู้สึกนานัปการที่ทับถมก่อตัวมาแต่อดีตชาติ... (หน้า 101)

 

         

หลับตา เมื่อยอมรับความจริง ไม่มีเรื่องใดน่ากลัวเกินกว่าที่จะหวั่นผวา ความเปล่าเปลี่ยวโดดเดี่ยวไม่ได้ทำร้ายเรา แต่ความอ่อนแอในใจต่างหากที่ทำร้ายตัวเรา (หน้า 112)

 

----------------------

 

          บอกก่อนนะครับว่า ผมค่อนข้างชอบหนังสือเล่มนี้ แม้จะเป็นเล่มบางๆ ที่อ่านคืนเดียวจบ แต่เนื้อหานั้นค่อนข้างกระแทกใจผมยากจะปฏิเสธ เป็นเรื่องของการพลัดพรากและการตามหาหญิงสาวคนหนึ่ง

          ตามหาหญิงสาวชื่อ มโนราห์ โดยชายชื่อว่า สุธน ในโลกยุคโลกาภิวัตน์

          การเลือกที่จะเรียกชื่อของตัวละครนั้น มีนัยยะสำคัญบางประการเท่าที่ผมรู้สึก ปกหลังของนิยายเรื่องนี้จะโปรยว่า ประเทศใต้ ชื่อนี้มีความหมายเป็นสัญลักษณ์ในเชิงพื้นที่เท่านั้น

            มโนราห์จากสุธนไป สร้างความร้าวรานให้กับสุธนยิ่งนัก เขาเพ้อ คร่ำครวญ และคลับคล้ายจมลงไปสู่ ความป่วยไข้ทางความรู้สึก ชีวิตที่รอคอยบางอย่างด้วยความไม่แน่นอน เป็นชีวิตที่ค่อนข้างเจ็บปวด

          สำหรับมโนราห์เองนั้น เธอเองไม่เชื่อว่าตัวเองจะดีพอที่จะอยู่เคียงข้างสุธน ความป่วยไข้และแผลเป็นในอดีตของเธอตามหลอกหลอน

          เธอกลัวที่สุธนต้องปลอบประโลมเธอวันแล้ววันเล่า

          เธอรู้สึกเอาเปรียบคนรัก จึงตัดสินใจลาจาก ทั้งที่ความรู้สึกของเธอก็ไม่ได้ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

          นอกจากเรื่องความรักที่มองเห็นชัดในเรื่องแล้ว ยังผสมไปด้วยเรื่องทางสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ รวมถึงหลักธรรมะที่เคลือบแฝงไว้ในอักษร ที่หากหยุดขบคิด ก็ไม่ยากที่จะมองเห็น

          ความสัมพันธ์ของคนสองคน ประกอบไปด้วยปัจจัยต่างๆ บริบทที่หลอมรวมมาประกอบสร้างขึ้น ความรักไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวอย่างที่เคยคิดอีกต่อไป

          โลกยังหมุนไป ผมสงสัยว่า ความรักทำให้หลายคนเจ็บป่วย หรือเพราะหัวใจของผู้คนอ่อนแอเปราะบางขึ้น

          แต่ถ้าผมเป็นสุธน หากยังหายใจ ผมจะตามหามโนราห์...

 

--------------------------------------------------------------

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จองที่ 1 ก่อนค่ะ
เดี่ยวไปอ่านก่อนนะคะ แล้วจะเม้นท์ใหม่
อรุณสวัสดิ์ค่ะ

#1 By Pat on 2009-10-29 09:05

ที่ 2 ค่ะbig smile อ่านแล้วอยากหามาอ่านบ้างจังเลยค่ะ

#2 By Nart on 2009-10-29 09:07

ประทับใจหลายประโยคเลยค่ะ
การตัดสินใจจากลาของมโนราห์คงเจ็บปวดนะคะ

ขอบคุณที่นำมาแนะนำ

#3 By The One on 2009-10-29 09:11

ความโดดเดี่ยว สามารถเป็นพลังดึงดูดเข้าหากัน น่าคิดนะคะ ว่าอาจเป็นอย่างนั้นจริง
เรื่องนี้อ่านแล้วคงเศร้านะคะ พระเอกตามหา นางเอกก็รักแต่ต้องตัดใจ
อยากอ่านจังค่ะ ...

สงสารนางเอกค่ะ รู้สึกอินตามเลยล่ะ

#4 By Pat on 2009-10-29 09:19

คงเหลือแต่ซาก ทว่าร่างไร้หัวใจ
หลับตา เมื่อยอมรับความจริง
ไม่มีเรื่องใดน่ากลัวเกินกว่าที่จะหวั่นผวา
ช่างเป็นบทประพันธ์ที่กินใจเสียเหลือเกิน...

ด้วยภาระกิจที่หนักอึ้ง..มีเรื่องราวมากมาย
ที่น่าติดตามของเจ้าของบ้าน
แล้วจะกลับมาเยี่ยมเยือน..อีกครั้ง
ในเร็ววันนะคะ...

สุขกับชีวิตปัจจุบันขณะคะbig smile
บางครั้งเราทำอะไรโดยที่คิดเอาเอง เหมือนกับมโนราห์ที่คิดเอาเองว่าเธอเอาเปรียบสุธนแต่เคยถามสุธนหรือเปล่าว่าสุธนคิดว่ามโนราห์เอาเปรียบหรือเปล่า เป็นเพราะคิดไปเอง หรือว่าอันนี้มันเป็นสำนึกของมโนราห์ก็อาจจะเป็นไปได้ จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง

#6 By คนนอกระบบ on 2009-10-29 09:31

หากความรักยังคงอยู่ ความหวังก็ยังคงมี..big smile big smile big smile

#7 By kriangkrai on 2009-10-29 10:07

อยากจะหามาอ่านเลยเชียว

เป็นความสัมพันธ์ที่น่าสนใจ

มีความห่างเป็นตัวเดินเรื่องนี่มันเจ็บปวดสิ้นดี



#8 By บินสูง on 2009-10-29 10:29

มีหนังสือดีดี มากมายเลยนะครับ อิอิ

#9 By E.T.*** on 2009-10-29 10:31

“น่าแปลกนะ เมื่อก่อนฉันคิดว่าฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้หากไม่มีคนที่ฉันรัก แต่เดี๋ยวนี้ฉันเข้าใจแล้ว ความรักไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต” ชอบประโยคนี้มากเลย ถ้าคิดแบบนี้คงไม่มีความเหงาเศร้าเนอะ

แล้วตกลงได้เริ่มตามหา มโนราห์หรือยังคะ
big smile big smile

#10 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-10-29 10:45

อ่านจากถ้อยคำต่างๆแล้วดูเหมาะกับ จขบ มากๆเลยครับ question

#11 By Seam - C on 2009-10-29 12:02

เอ่อๆๆๆๆ...อยากอ่าน ซะทุกเล่มที่ นำมา

แนะนำ เร้ย ค่ะ..(รบกวน จขบ. ส่งมาหั้ย

ยืม หน่อย ได้ ป่าว คร๊ะๆๆ..เอิ๊กๆๆๆๆ big smile )



#12 By SmaLL RooM on 2009-10-29 12:56

ง่าส์ๆๆ ... เขิลลลล เร้ยๆๆๆ...555

ไม่รุ้ ไป คลิกปุ่มไหน เข้า ..ตั้ง เป็น

ไม่หั้ยเม้นท์ ซะงั้ลลลล...


sad smile sad smile sad smile

#13 By SmaLL RooM on 2009-10-29 13:36

ความโดดเดี่ยว
มันไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่มันน่าเบื่อจัง

ความคิดถึง
น่ากลัวกว่าอีก ฮือ ฮือ..

คิดถึงคนที่เค้าไม่ได้อยู่ด้วย ใจมันแป้ว..

#14 By i_va on 2009-10-29 13:38

แค่เราเข้าใจกันก็พอbig smile

หนังสือน่าอ่านค่ะbig smile

#15 By rubino on 2009-10-29 13:44

ดีจังค่ะ มีหนังสือดี ๆ อ่านเยอะแยะเลย..big smile

#16 By Kiss The Rain on 2009-10-29 15:27

อ่านภาษาแล้วลึกซึ้ง
..

ต้องไปหามาให้ลูกตาสัมผัสบ้างซะแล้ว
Hot!
big smile

#17 By Millhz on 2009-10-29 15:51

ความห่างบางทีก้อดีนะครับ
จะทำให้เราได้รู้ว่ามีใครคิดถึงเราอยู่บ้าง


ต้องหาอ่านแล้วสิผมทีนี้
ตอนนี้อ่าน The last Lacture ไม่จบเลย
พยายามแล้วล่ะสิเนี่ยconfused smile

#18 By PupaeHERO on 2009-10-29 16:08

ความเปล่าเปลี่ยวโดดเดี่ยวไม่ได้ทำร้ายเรา แต่ความอ่อนแอในใจต่างหากที่ทำร้ายตัวเรา


ช่ายยยยยยยยยยยย
จริงงงงงงงงงงงงงงงง
เชื่ออออออออออออ
เพราะ เข้าใจแล้วว่า
ที่ผ่านมา ก็เพราะมัวแต่ อ่อนแองายยยย
อ่อนแอ เพราะรัก เธอมากกว่า
กว่าใครจะเข้าใจ question
พอหายอ่อนแอก็กลับมาติงต๊องกว่าเดิม อีก
แฮ่ๆ

#19 By S c i ' T i s t on 2009-10-29 20:10

sad smile กำลังอ่านแนวอื่นอยู่ครับquestion

#20 By Nerd de Scriptorus on 2009-10-29 20:48

ความรัก เป็นความรู้สึกนานัปการที่ทับถมก่อตัวมาแต่อดีตชาติ เหมือนข้ามภพมาพบกันเลยค่ะ open-mounthed smile

#21 By ไผ่ลู่ลม on 2009-10-29 20:48

ถ้อยคำที่คัดมา สวย จังเลยค่ะ

ความรักมีมุมที่เศร้าแต่สวยงามแฝงอยู่เสมอๆ
ยอมรับความเศร้า และยิ้มรับความสวยงาม
เราควรทำอย่างนั้นใช่ไหมคะ

ต้องไปหามาอ่านบ้างแล้วสิคะเนี๊ยsurprised smile

#22 By [[ FunGi ]] on 2009-10-29 21:49

big smile

#23 By tae_moship on 2009-10-29 22:19

ต้องไปหามาอ่านอีกเล่มแล้วอ่ะคับ
เอ๊ะ รึว่าจิ๊กจากคุณเจ้าของบล็อกแทน

#24 By pakazite on 2009-10-29 22:21

มีประโยคเด็ดๆอย่างนี้ อ่านไปคงไม่เบื่อ

ผมว่าเรื่องมันสื่ออะไรออกมาหลายอย่างดีนะครับ

สิ่งแวดล้อม สังคม ความรักbig smile

#25 By Clepsydra:: on 2009-10-30 07:33

เราเคยได้ยินเรื่องนึงมา ตอนที่เราไปทริปเชียงราย..
หญิงสาวชาวอาอ่า..รักกับครูหนุ่มจากเมืองกรุง..
ทั้ง 2 รักกันมาก แต่ฝ่ายหญิงไม่เชื่อว่าความรักแบบนี้จะเป็นไปได้..จึงตัดสินใจแยกจากกัน ด้วยความเจ็บปวดของทั้งคู่..เวลาผ่านไปไม่นาน ฝ่ายชายเสียชีวิตจากอุบัติเหตู..ฝ่ายหญิงแต่งงานกับชายชาวอาข่าเหมือนเธอ..เวลาผ่านไป 30 ปี เราได้ข่าวจากเธออีกครั้ง..
เธอบอกเราว่าถ้าย้อนกลับไปได้..เธอจะไม่ยอมที่จะจากคนที่เธอรักไป..มันเป็นการตัดสินใจที่ทำให้เธอเสียใจมากที่สุด..เธอจะทำทุกอย่างเพื่อจะอยู่กับคนที่เธอรักให้นานที่สุด..

บางทีกว่าเราจะรู้ตัว เราก้อเสียมันไปซะแล้ว..
ใครก็ตามที่ตอนนี้มีความรักที่ดี..ขอให้คุณรักษามันใว้ให้ดีที่สุดนะ..

รักยังคงสวยงามเสมอ..