เปิดสั่งจองหนังสือ sickness society 3 โปรดเอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรี และคนชรา

----------------------------------------------------

บันทึกบรรณาธิการ

 

1.

สารภาพตามตรงว่า ผมเองก็รู้สึกหวั่นๆ เหมือนกันในการเข้ามาดูแลหนังสือเล่มนี้

ที่บอกว่าหวั่นนั้น มันมีหลายสาเหตุปัจจัยที่ยังดูขะมุกขะมัว คาราคาซัง และดูยังไม่ชัดเจนในตัวของมันเอง

เอา แบบไม่กลัวหล่อ ก็ต้องบอกตามตรงว่า “ผมไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองสักเท่าไร” เรื่องง่ายที่สุดคือ ไม่กล้าตามทวงต้นฉบับกับนักเขียนเอาเสียเลย อีกทั้งไม่ค่อยมีคอมเมนต์อะไรมากมายหลังจากอ่านงานของพรรคพวกจบลง  เรียกว่าเอาใจออกนำหน้าเสียมากกว่า ชอบก็บอกว่าชอบ ถูกใจก็บอกว่าถูกใจ อย่าคิดเลยเถิดไปไกลถึงการตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องแบบฮาร์ดคอร์ ชี้ข้อเด่นข้อด้อยของเนื้อหา หรือหยั่งเชิงวุฒิภาวะทางปัญญาอันใด

บาง เพื่อน บางน้องบอกผมว่า ถ้าไม่ดีก็ไม่ต้องเอาลงนะ คัดออกไปเลย หรือถ้ามีอะไรให้แก้ไข ก็ซัดกลับมาหนักๆ จะได้ทบทวนและปรับปรุง แล้วจะส่งเข้ามาให้ดูใหม่

โดยรวมแล้วก็ให้เกียรติผู้ดูแลอย่างเต็มที่ว่างั้นเถอะ

แต่ผมก็ไม่ได้ทำอย่างที่คนอื่นบอก เพราะถ้าเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้น มันจะเคร่งเครียดและกลายเป็นว่าไม่สนุกเอาได้

ใช่, งานเขียนเหล่านี้ไม่ใช่งานประกวดระดับประเทศ หรืองานรางวัลมีตราประดับ หากแต่เป็นงานที่ผม “ขอ” ผู้เขียนคนอื่น เชื้อเชิญด้วยไมตรี ไว้วางใจกันในระดับหนึ่ง ทั้งคุ้นและไม่คุ้น ผ่านจุดร่วมคือ ความรู้สึกบางอย่างที่ทับซ้อนกันอยู่

แม้ผมจะทำหน้าที่เลอะๆ เลือนๆ แต่ก็ยังมีความเชื่อลึกๆ ว่า การมาร่วมทางกันในครั้งนี้ ต่างคนต่างก็มีบรรทัดฐานและลายเซ็นของตัวเองที่ค่อนข้างชัด และถือว่าไม่ธรรมดาในสายตาของผม  

ผมทำหนังสือด้วยความสนุก และด้วยความสนุกนี้แหละ มันก็ทำให้ผมต้องชักชวนเพื่อนพี่น้อง รวมถึงใครต่อใครที่ผมรู้สึกถูกจริตกับตัวหนังสือของเขา มาร่วมก๊วนแก๊งใน sickness society เล่ม 3 “โปรดเอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรี และคนชรา” ด้วยมิตรภาพและความรู้สึกดีๆ

 

2.

sickness society เป็นโปรเจ็กต์หนังสือเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในกลุ่มพวกพ้องแปลกๆ ที่ชอบพอในศิลปะ และอยากส่งสารอะไรบางอย่างผ่านตัวหนังสือ – เพียงแค่นั้น

ต้นปี 2552 หนังสือเล่มแรก “ดอกไม้ของคนป่วย” ของเรา ขายดีไม่ดีอย่างไรผมไม่รู้ แต่ทำออกมาแล้ว นักเขียนบางคนไม่มีเก็บไว้กับตัวเลยสักเล่ม - แม้กระทั่งผมเอง  

ท้ายปี เรามี “โรงพยาบาลชื่อว่าความรัก” ตามออกมาติดๆ และชะตากรรมก็ไม่ต่างจากเล่มแรกสักเท่าไร พิมพ์ออกมาจำนวนหลักร้อย ขายแค่ในมหาวิทยาลัย แต่ก็สร้างปรากฏการณ์หลายอย่างให้ต้องบันทึกไว้เป็นบทหนึ่งของคนทำหนังสือ เล่มเล็กๆ ในพื้นที่เล็กๆ

ตอนนั้นเราสนุกกับการทำหนังสือเหลือเกิน ไม่คำนึงว่าขาดทุนหรือกำไร

ไม่ให้อิ่มเอมก็บ้าหรือเพี้ยนไปแล้ว ในเมื่อทำหนังสือแล้วมีคนอ่าน มีคนติดตาม คนเขียนหนังสือที่ไหนจะยังเศร้า

เลยกลายเป็นเหมือนประเพณีที่เราต้องกลับมาเล่าเรื่องผ่านหน้ากระดาษให้กันและกันรับรู้ว่ายังหายใจอยู่ หัวใจยังมีแรงเต้น

แม้จะเว้นช่วงไปนาน แต่เราก็ยังคิดว่า สักวันเล่ม 3 คงตามออกมาในเวลาไม่นานนัก

แต่อย่างว่า ผมรู้สึกมันนานเกินไป

 

3.

ผม อยากทำโปรเจ็กต์ sickness ให้เป็นเหมือนงานประจำปี และขีดวงขยายกว้างออกไปอีกให้กับคนอื่นๆ ได้มาร่วมก๊วน สรวลเสเฮฮา โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ที่เข้ามารับผิดชอบในเล่มนั้นๆ จะทำอย่างไรก็ได้ ให้หนังสือออกมาเป็นรูปเล่ม ชักชวนพรรคพวก เพื่อนพ้อง คนรู้จัก น้อง พี่ ใครก็ตาม แล้วแต่มิตรภาพจะพึงมี กอดคอ จับมือ ชักชวนกันมาร่วมทาง บอกเล่าเรื่องราว

ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ไม่มีเรื่องธุรกิจปะปน  เพราะเอาเข้าจริงแล้ว เราหาใช่คนร่ำรวย หรือมีนายทุน นักการเมืองมาสนับสนุน เพราะฉะนั้นเงื่อนไขต่อๆ มาที่เราต้องบอกย้ำทุกครั้งคือ เราไม่มีค่าเรื่องตอบแทนอันใด นอกจากหนังสือส่งไปให้ถึงหัวกระไดบ้าน

ครับ, แค่พิมพ์ในจำนวนจำกัด เหมือนจะยุ่งยากและเรื่องมากเหลือเกิน

แต่ ความเป็นจริงมันยุ่งยากและซับซ้อนกว่านั้นเยอะ และใช่ว่า การทำหนังสือเริ่มต้นจากความสนุกแล้วจะลงเอยด้วยรอยยิ้มทุกครั้งเสมอไป แม้แต่ผม ถ้าแหวกดูหัวใจ ก็จะพบบาดแผล ที่เกิดจากสิ่งที่รักที่ชอบเหมือนกัน

รายละเอียดของชีวิต บางทีก็เยอะเกินกว่าจะสาธยายให้คนอื่นเข้าใจ

 

4.

“โปรดเอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรี และคนชรา”

ทุกเล่มของหนังสือ มีถ้อยคำที่เราหยิบขึ้นมาเป็นหัวข้อ และให้อิสระในการตีความตามที่แต่ละคนรู้สึก – เข้าใจ

ไม่มีถูก ไม่มีผิด

อ่านแล้วไม่ดี อ่านแล้วไม่พอใจ เดินเอาหนังสือเล่มบางๆ นี้เข้ามาหาผมได้ครับ

อ้อ...บอกกล่าวกันก่อน แล้วผมจะก้มหัวให้เอาหนังสือฟาดกลางกบาลสักสองที

แต่ไม่คืนเงินนะครับ...(ฮา)

ครับ, ไม่ชอบใจอันใดในเล่ม ความผิดทุกอย่างอยู่ที่ผมเอง

ด้วยความยินยอมพร้อมใจ.....

 

โปรดเอื้อเฟื้อให้กับชายหนุ่มวัยเพิ่งผ่านพ้นเบญจเพสมาหมาดๆ

มิ่งมนัสชน จังหาร

 

-----------------------------------------------------

Sickness society ลำดับ 3

8 เรื่องราว “โปรดเอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรี และคนชรา”

 

ภาวะปกติ  > นางสาวความสุข

โปรดเอื้อเฟื้อ ยามต้องตา เวลาต้อง(ใช)ใจ > ทิวแอดไฟน์

วันอาทิตย์บ่ายสี่โมงเย็น > สุทิน ทองสีเหลือง

ความฝันไม่เคยที่จะแก่เกินแกง > บรรจง บุรินประโคน

พยาธิสภาพในสังคมแห่งการสื่อสาร และโลกของการเรียนรู้ > อภิชาต จันนาเวช

ความคิดก่อนเข้านอนของเด็กหญิงมด > ภัทร วีระ

เจ้าจำปี > สิทธิชัย เป้งคำภา

เธอชื่อแสงดาว > ปิยะณัฐ พานจันทร์

 

 

รายละเอียดหนังสือพิมพ์ครั้งที่ 1  

จำนวน 50 เล่ม*** ด้วยระบบออนดีมานด์

ราคา 100 บาท (รวมค่าจัดส่ง)

เนื้อใน กระดาษถนอมสายตา 80 แกรม จำนวน 76 หน้า

ปก กระดาษอาร์ต พิมพ์ 4 สีเข้าเล่ม ไสกาว

 

 

***ย้ำ อีกครั้งครับ หากยอดสั่งจองไม่ถึง 50 เล่ม เราจะยังไม่จัดพิมพ์ เนื่องด้วยกองบรรณาธิการของเรายังต้องกินต้องใช้ ไม่อยากพิมพ์หนังสือออกมาแล้วเหลือครับ ด้วยเพราะตระหนักว่า กระดาษนั้นมาจากต้นไม้

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

มาช่วยดันกับโปรเจคดีๆอย่างนี้ครับ

^^big smile big smile big smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By keaaaa on 2011-08-29 14:13

Hot! Hot! Hot!

#1 By ทิว แอด ไฟน์ on 2011-08-27 16:54