นักแสดงคอนเสิร์ต

posted on 13 Oct 2011 09:48 by sillyfake in DayByDay

นักแสดงคอนเสิร์ต

(ป.ล.ตีพิมพ์ในคอลัมน์ "เวทีทางบ้าน" เดือนตุลาคม 2554)

 

เขาถึงกับสะดุ้ง เมื่อคนรักสะกิดบอกให้ชะลอรถจอดข้างทาง นัยว่าเธอจะลงไปหาชายคนนั้น-ชายคนที่ร้องรำทำเพลงอยู่ลานน้ำพุหน้าโรงภาพยนตร์

กีตาร์สายขาดหนึ่งตัว หอบหิ้วทำท่าทำทางดีดอย่างเพลิดเพลิน บางวันก็มีไมโครโฟน ร้องเพลงอู้อี้ฟังไม่เป็นภาษา จักรยานเก่าๆ จอดอยู่ไม่ห่าง เขาเคยเดินเฉียดเข้าไปใกล้เหมือนกัน หนำซ้ำยังเสียมารยาทเงี่ยหูฟังต่างหาก อืม...ก็คงสนุกมีความสุขนั่นแหละ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ยิ้มเบิกบานปานนั้น

บางครั้งขณะนั่งรอชมภาพยนตร์ เขาก็มักมองมายังชายคนนั้น ไม่รู้สิ เวลาได้มองเห็นท่าทางเลียนแบบนักร้องขาเดป ก็ทำให้อดยิ้มไม่ได้ ดูเหมือนว่าโลกของชายคนนั้นไร้ความทุกข์

แต่ก็นั่นแหละ ใครจะไปรู้ว่าชายคนนั้นมีความสุข อย่างที่มองเห็น หรือมีความทุกข์ ทุรนทุรายจากความใฝ่ฝัน

เท่าที่สังเกตก็เป็นเพียงชายธรรมดาคนหนึ่ง อายุอานามคาดเดาว่าไม่น่าจะเกินสิบแปดปี ผมสั้นเกรียนเหมือนเด็กมัธยมทั่วไป

คนรักบอกเขาว่า จะลงเอาเงินไปให้เด็กชายคนนั้น เธอก็สังเกตเหมือนกันว่า เด็กชายผมสั้นเกรียนจะปั่นจักรยาน พร้อมสะพายถุงกีตาร์ไว้ข้างหลัง ห้อยอุปกรณ์ร้องรำทำเพลงตามแฮนด์รถพะรุงพะรังมาจอดที่ลานน้ำพุ ก่อนจะเริ่มเปิดการแสดงคอนเสิร์ตทุกค่ำคืน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

ใครหลายคนก็อาจมองว่าเพี้ยน หลุดโลก ไม่เต็มสตางค์ หนักไปจนถึงขั้นตีตราว่าบ้าบอ

ก็คนที่ทำอะไรแปลกต่างไปจากคนปกติธรรมดา ไม่พ้นที่จะถูกครหาว่าคนบ้าอยู่ร่ำไป มันก็มีบรรทัดฐานกันมาอย่างนี้ ปลูกฝังกันมาอย่างนี้ และปักใจเชื่อในสิ่งที่ตาตัวเองเห็นอย่างหนักแน่น

แต่ความจริงอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ตาเห็นอยู่เสมอ

เขากับคนรักเคยหยิบยกเรื่องราวของชายคนนี้มาเป็นหัวข้อสนทนาเหมือนกัน เริ่มจากคำถามง่ายๆ เลยว่า เด็กชายคนนี้ยังเรียนอยู่ไหม บ้านอยู่ที่ไหน ทำไมเขาต้องมาร้องเพลงทุกคืน

จนไปถึงคำถามยากๆ ว่า มีอะไรอยู่ในใจหรือเปล่า ที่เป็นแรงผลัก แรงหนุน ให้เขาตอกบัตรเปิดทำการแสดงอย่างไม่มีทีท่าเบื่อหน่าย

คาดการณ์กันก็แล้ว ลอบมองก็แล้ว แต่ไม่ยักกล้าเดินเข้าไปพูดคุยแบบประชิดตัวเสียที แน่นอนว่า ความกลัวเป็นกำแพงชั้นยอด สำหรับการทำความรู้จักกับใครสักคนที่มีพฤติกรรมแปลกๆ

คนรักบอกเขาว่า เด็กหนุ่มคนนี้ ในสายตาของเธอ แม้จะเพี้ยน แม้จะหลุดโลกไปบ้าง แต่อย่างน้อยที่สุดก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร มีพื้นที่ของตัวเอง ร้องรำทำเพลง บรรเลงดนตรี ไม่ได้ไปจี้ไปปล้นหรือข่มขู่ผู้ใด

แต่เขามองลึกลงไปกว่านั้น ครุ่นคิดอยู่คนเดียวเป็นวรรคเป็นเวร ถ้าเป็นนิยาย เขาจะวางเนื้อเรื่องประมาณว่า เด็กชายคนนี้เคยมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้อง เฝ้าฝึกเฝ้าฝน อยากจะไปเป็นดาวเจิดจรัสอยู่บนฟ้า พอสบโอกาส มีเวทีประกวดยอดนิยมให้ท้าทาย จึงลงสมัครแข่งขัน แต่ก็ต้องเพลี่ยงพล้ำเสียความมั่นใจ ภูมิต้านทานล้มเหลว ถูกแรงกระทบด้วยคำพูดคอมเมนต์จากคณะกรรมการไม่กี่คน เสียใจ ร้องไห้ ชีวิตพังทลาย ความฝันหล่นหาย นานวันเข้า ค่อยๆ ลืมเลือนเรื่องการประกวด วันต่อมาจึงจับจักรยาน ตระเวนตามจุดต่างๆ ขับกล่อมบรรเลงบทเพลงให้ผู้คนฟัง เมื่อมาพบสถานที่เหมาะเจาะ ผู้คนพลุกพล่าน จึงปักหลักมั่นคง เปิดคอนเสิร์ตแบบไม่ขายบัตร ใครเดินผ่านไปผ่านมา ได้ยิน ได้ฟัง เป็นต้องอมยิ้ม

และเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น   

คนรักทำท่าจะเดินไปหาชายคนนั้น แต่เขาทัดทานว่า ไม่ต้องเอาเงินไปให้หรอก ชายหนุ่มคงมีความสุขที่ได้ร้องเพลงทุกวัน ร้องโดยไม่ต้องการค่าตอบแทน ร้องเพื่อชดเชยความใฝ่ฝันที่หล่นหาย ร้องเพราะความรู้สึกข้างใน การให้เงินกับเขา มันอาจเป็นสัญลักษณ์บางอย่าง ที่เด็กหนุ่มอาจไม่ชอบใจก็ได้ เพราะร้อยวันพันปี เด็กหนุ่มเต็มใจที่จะร้องเพลง เล่นกีตาร์สายขาด ถือไมโครโฟน โย้ตัวไปมาเหมือนนักร้องขาเดปชื่อดัง

เด็กหนุ่มคงไม่ต้องการเงินทอง เพียงขอแค่พื้นที่เล็กๆ ที่จะทำการแสดงทุกค่ำคืน

เท่านี้ก็น่าจะพอ.  
-----------------------------------------------------------------


Comment

Comment:

Tweet

บางทีก็อยากจะร้องเพราะไม่คิดอะไร .
Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By joon on 2011-10-15 22:34

ภายหลังความความสุข

อาจต้องการการยอมรับ..

หรืออาจมีสุขแล้วในสิ่งที่เป็น..

#2 By A Beautiful Lie on 2011-10-13 23:43

ร้องด้วยความรู้สึก "รัก" ที่จะร้องbig smile

#1 By Clepsydra:: on 2011-10-13 11:14